IELTS Speaking คืออะไร? เทคนิคตอบให้มั่นใจและได้คะแนนดีขึ้น
อัปเดต พฤษภาคม 2026 · อ่าน 18 นาที
IELTS Speaking เป็นพาร์ตที่หลายคนกังวลมากที่สุด เพราะต้องพูดกับ examiner แบบ real-time คิดคำตอบทันที ใช้คำศัพท์และ grammar ให้เหมาะสม และยังต้องพูดให้เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ท่องจำคำตอบมา
ข่าวดีคือ IELTS Speaking ไม่ได้วัดแค่ว่าสำเนียงต้องเหมือนเจ้าของภาษา แต่ดูว่าคุณสื่อสารได้ชัดเจนแค่ไหน พูดต่อเนื่องได้ไหม ใช้คำศัพท์เหมาะสมหรือไม่ และจัดคำตอบได้เป็นระบบแค่ไหน
ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่า IELTS Speaking มีกี่พาร์ต แต่ละพาร์ตต้องตอบอย่างไร เกณฑ์การให้คะแนนคืออะไร ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง และวิธีฝึกพูดให้มั่นใจขึ้น
สารบัญ
1. IELTS Speaking คืออะไร?
IELTS Speaking เป็นการสอบพูดภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวกับ examiner ใช้เวลาประมาณ 11–14 นาที แบ่งเป็น 3 parts สิ่งสำคัญที่ต้องรู้:
- รูปแบบเหมือนกันทั้ง Academic และ General Training
- ไม่มีข้อเขียน — ประเมินจากการพูดอย่างเดียว
- ผู้ตรวจดูการสื่อสารโดยรวม ไม่ใช่แค่ accent
- Speaking เป็นทักษะที่พัฒนาได้เร็วที่สุดถ้าฝึกอย่างถูกวิธี
2. IELTS Speaking มีกี่พาร์ต?
Part 1 — Introduction & Interview (4–5 นาที)
Examiner จะถามคำถามเกี่ยวกับตัวคุณและชีวิตประจำวัน เช่น บ้าน งาน การเรียน งานอดิเรก อาหาร คำถามจะเป็นแบบง่าย ๆ ไม่ต้องคิดลึก ควรตอบประมาณ 2–3 ประโยคต่อคำถาม — ไม่สั้นเกินไปแต่ไม่ต้องยาวมาก
Part 2 — Long Turn (1 นาทีเตรียม + 1–2 นาทีพูด)
คุณจะได้ cue card ที่มีหัวข้อและ bullet points มีเวลาเตรียมตัว 1 นาที แล้วต้องพูดต่อเนื่อง 1–2 นาทีโดยไม่ถูกขัด หลังจากนั้น examiner อาจถาม follow-up questions สั้น ๆ 1–2 ข้อ
Part 2 เป็นพาร์ตที่คนไทยหลายคนกลัวที่สุด เพราะต้องพูดยาวคนเดียวโดยไม่มีคำถามช่วยนำ
Part 3 — Discussion (4–5 นาที)
Examiner จะถามคำถามเชิงลึกที่มักเชื่อมกับหัวข้อจาก Part 2 คำถามจะ abstract มากขึ้น ต้องแสดงความเห็น อธิบายเหตุผล เปรียบเทียบ หรือพูดถึงอนาคต ควรตอบยาวกว่า Part 1 และมีเหตุผลชัดเจน
3. IELTS Speaking ให้คะแนนจากอะไร?
คะแนน Speaking ประเมินจาก 4 เกณฑ์ แต่ละเกณฑ์มีน้ำหนัก 25%:
พูดต่อเนื่องได้ไหม คำตอบไหลลื่นไหม จัดลำดับความคิดชัดเจนไหม ใช้คำเชื่อม (discourse markers) เหมาะสมไหม
ใช้คำศัพท์หลากหลายและเหมาะกับหัวข้อไหม มี paraphrase ไหม ใช้คำเดิมซ้ำมากเกินไปหรือไม่
ใช้โครงสร้างประโยคหลากหลายไหม grammar ถูกต้องแค่ไหน ผิดบ่อยจนสื่อสารยากหรือไม่
ออกเสียงชัดเจนไหม มี stress, intonation และ rhythm ที่ช่วยให้ฟังเข้าใจไหม ไม่จำเป็นต้องเหมือน native speaker
ถ้าอยากได้ Band 7 ต้องทำได้ดีในทุกเกณฑ์พร้อมกัน เก่งแค่ด้านเดียวไม่พอ — ต้องพัฒนาทุกด้านไปด้วยกัน
4. เทคนิคตอบ IELTS Speaking Part 1
Part 1 เป็นพาร์ตที่ง่ายที่สุด แต่หลายคนเสียคะแนนเพราะตอบสั้นเกินไป สูตรที่ใช้ได้คือ: Answer + Reason + Example
Q: Do you like reading?
คำตอบที่อ่อน: Yes, I do. (สั้นเกินไป ไม่มีรายละเอียด)
คำตอบที่ดี: Yes, I do. I usually read short articles online because they help me learn new ideas and improve my English at the same time.
คำตอบที่ดีกว่าเพราะ: ตอบคำถามตรง ๆ แล้วเพิ่มเหตุผลสั้น ๆ ทำให้ examiner เห็นว่าคุณสื่อสารได้เป็นธรรมชาติ
เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับ Part 1
- อย่าตอบแค่ yes/no — ตอบแล้วต่อด้วยเหตุผลหรือตัวอย่างสั้น ๆ เสมอ
- ใช้ตัวอย่างจากชีวิตจริง — ทำให้คำตอบฟังเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ท่องจำมา
- ผสม tense — ถ้าเหมาะสม ใช้ past, present, future ในคำตอบเดียวกันเพื่อแสดง grammatical range
- ไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก — ใช้คำที่คุณมั่นใจและใช้ได้ถูกต้อง ดีกว่าใช้คำยากแล้วใช้ผิด
- อย่าท่องจำคำตอบ — examiner ฟังออกเสมอ และจะหักคะแนน
5. เทคนิคตอบ IELTS Speaking Part 2
Part 2 คือพาร์ตที่ต้องพูดยาวคนเดียว คีย์สำคัญคือ: ใช้เวลาเตรียมให้เป็น เล่าเป็นเรื่อง และพูดให้ครบเวลา
วิธีใช้ 1 นาทีเตรียมตัว
- จด keywords สั้น ๆ ไม่ใช่ประโยคเต็ม — คุณไม่มีเวลาเขียนสคริปต์ และถ้าอ่านจากกระดาษจะฟังไม่เป็นธรรมชาติ
- คิดตัวอย่างหรือเรื่องเล่าที่จะใช้ — เรื่องจริงพูดได้ง่ายกว่าเรื่องแต่ง
- จด adjectives 3–4 คำที่จะใช้บรรยาย
- คิดประโยคปิดไว้ล่วงหน้า เช่น "So that's why it was such a memorable experience for me."
โครงสร้างที่แนะนำ
- What / Who / Where: บอกว่าจะพูดเรื่องอะไร
- When: เกิดขึ้นเมื่อไหร่
- What happened: อธิบายรายละเอียดหลัก
- Why it was important: ทำไมถึงจำได้ ทำไมถึงสำคัญ
- How you felt: รู้สึกอย่างไร
อย่าหยุดนาน ให้ paraphrase แทน เช่น ถ้านึกคำว่า "stunning" ไม่ออก ให้พูดว่า "really beautiful" หรือ "it took my breath away" แทน การ paraphrase ไม่ได้ทำให้คะแนนลด แต่การหยุดนานทำให้คะแนน Fluency ลด
6. เทคนิคตอบ IELTS Speaking Part 3
Part 3 คือพาร์ตที่ต้องคิดเยอะที่สุด คำถามจะเป็นแบบ abstract เช่น "Why do people value tradition?" หรือ "How will technology change education in the future?" สูตรที่ใช้ได้: Opinion + Reason + Example + Result
Q: Why do some people prefer online learning?
คำตอบที่ดี: I think many people prefer online learning because it's more flexible. (Opinion + Reason) For example, working adults can study after work without traveling to a classroom. (Example) As a result, online learning makes education more accessible for people with busy schedules. (Result)
เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับ Part 3
- ตอบให้ลึกกว่า Part 1 — ตอบยาวขึ้น ให้เหตุผล ยกตัวอย่าง และอธิบายผลกระทบ
- เปรียบเทียบ — เช่น เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน หรือมุมมองต่าง ๆ
- ใช้ hedging language — เช่น "I would argue that..." หรือ "It largely depends on..." แสดงว่าคุณคิดอย่างมีเหตุผล ไม่ฟันธงอย่างเดียว
- พูดถึงอนาคต — ถ้าคำถามถาม "What will happen...?" ใช้ "I imagine that..." หรือ "If current trends continue, I'd expect..."
- อย่าตอบสั้นเกินไป — Part 3 คาดหวังคำตอบที่ยาวกว่า Part 1 ถ้าตอบแค่ 1–2 ประโยคจะเสียคะแนน Fluency & Coherence
7. คำศัพท์และวลีที่ช่วยตอบ IELTS Speaking ได้ดีขึ้น
การมีวลีสำเร็จรูปในหัวช่วยป้องกันการหยุดนานและแสดง fluency สิ่งสำคัญคือใช้ให้เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ยัดทุกวลีเข้าไปในคำตอบเดียว
| หน้าที่ | วลีที่ใช้ได้ |
|---|---|
| แสดงความเห็น | In my view, ... I'd say that ... From my perspective, ... I'm fairly convinced that ... |
| ให้เหตุผล | The main reason is that ... This is because ... One reason for this is ... |
| ยกตัวอย่าง | For example, ... A good example of this would be ... Take ... for instance. |
| เปรียบเทียบ | Compared to ..., I think ... While X is more ..., Y tends to be ... On the other hand, ... |
| คาดเดา / พูดถึงอนาคต | I imagine that in the future ... It's hard to say for certain, but ... If current trends continue, I'd expect ... |
| ซื้อเวลาคิด | That's an interesting question. Let me think ... I haven't really considered that before, but ... Well, off the top of my head, ... |
| สรุป | So all in all, I'd say ... To sum up, the main point is ... On the whole, I believe that ... |
อย่าจำวลีเหล่านี้แบบท่องจำแล้วยัดเข้าไปทุกคำตอบ ให้ฝึกใช้ในประโยคจริงจนเป็นธรรมชาติ วลีที่ดีที่สุดคือวลีที่คุณใช้โดยไม่ต้องคิด
8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยใน IELTS Speaking
ตอบแค่ "Yes" หรือ "I like it" ไม่พอ ต้องเพิ่มเหตุผลหรือตัวอย่างเสมอ โดยเฉพาะ Part 1 ที่หลายคนคิดว่าไม่สำคัญ
Examiner ฟังออกเสมอเมื่อคุณท่องจำมา สัญญาณคือ: พูดเร็วผิดปกติ grammar สมบูรณ์แบบอยู่ดี ๆ แล้วตกลงทันที และคำตอบไม่ตรงคำถามจริง ๆ ให้ฝึกพูดเรื่องทั่วไปจนคล่อง ไม่ใช่ท่องสคริปต์
พูดว่า "In contemporary society, it is indubitable that..." ในการสนทนาฟังแปลก ๆ Speaking เป็นการสนทนา ไม่ใช่ essay ใช้ภาษาแบบ educated conversation — มั่นใจแต่ไม่เว่อร์
หยุดคิดสั้น ๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเงียบนาน 5–10 วินาทีบ่อย ๆ จะกระทบ Fluency ใช้วลีซื้อเวลาแทน เช่น "That's an interesting question, let me think..."
พูดเร็วไม่ได้หมายความว่า fluent คนที่ได้ Band 7+ พูดจังหวะปานกลาง ชัดเจน มีหยุดระหว่าง idea ดีกว่าพูดเร็วจนกลืนคำ
คุณไม่จำเป็นต้องพูดสำเนียง British หรือ American ผู้ตรวจดูว่าคุณออกเสียงชัดและมี stress/intonation ที่ช่วยให้ฟังเข้าใจ สำเนียงไทยไม่ได้ทำให้เสียคะแนน ถ้าพูดชัด
เขียนทุกประโยคเริ่มด้วย "I think..." หรือ "I like..." ทำให้ Grammatical Range ต่ำ สลับใช้โครงสร้างหลากหลาย เช่น compound, complex, conditional sentences
คำพูดที่แปลตรง ๆ จากไทยมักฟังไม่เป็นธรรมชาติ ให้คิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง ฝึกจาก phrases และ chunks ที่คุ้นเคย ดีกว่าแปลทีละคำ
หลายคนฝึก grammar และ vocabulary บนกระดาษ แต่ไม่เคยพูดออกเสียง การอ่านในใจกับการพูดจริงใช้ทักษะต่างกัน ต้องฝึกพูดออกเสียงทุกวัน
9. ทำอย่างไรให้ IELTS Speaking ได้ Band 7+
Band 7+ ไม่ได้หมายความว่าต้อง perfect แต่ต้องทำได้ดีในทุกเกณฑ์พร้อมกัน:
- ตอบตรงคำถามและขยายความพอดี — ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวจนออกนอกเรื่อง
- พูดต่อเนื่องโดยไม่หยุดนาน — ใช้วลีซื้อเวลาถ้าต้องคิด
- ใช้คำศัพท์หลากหลายแต่เป็นธรรมชาติ — สลับคำที่มีความหมายใกล้เคียง อย่าใช้คำเดิมซ้ำ
- ใช้ complex sentences บ้าง — แต่ไม่ฝืนจนผิดเยอะ ประโยคง่ายที่ถูกต้องดีกว่าประโยคยากที่ผิด
- ออกเสียงชัด มี stress และ intonation — ฝึก shadowing เป็นวิธีที่เร็วที่สุด
- ฝึก paraphrase — ถ้านึกคำไม่ออก ให้อธิบายด้วยคำอื่นแทนการหยุดนาน
- ฝึกตอบคำถามหลายหัวข้อ — อย่าฝึกแค่หัวข้อที่ชอบ ให้คุ้นเคยกับหลากหลายหัวข้อ
- อัดเสียงตัวเองแล้วฟังซ้ำ — จะเห็นปัญหาที่ไม่เคยรู้ เช่น filler words, ท้ายเสียงหาย, intonation ราบ
- รับ feedback — เพื่อรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหนและควรแก้อะไรก่อน
10. วิธีฝึก IELTS Speaking ด้วยตัวเอง
ไม่มีคนซ้อมด้วยไม่ใช่ข้ออ้าง สิ่งสำคัญคือฝึกพูดออกเสียงจริงทุกวัน:
- ฝึกตอบ Part 1 วันละ 5–10 คำถาม — หาคำถาม Part 1 จากอินเทอร์เน็ต แล้วตอบออกเสียง ใช้สูตร Answer + Reason + Example
- ใช้ timer สำหรับ Part 2 — เตรียม 1 นาที พูด 2 นาที ฝึกให้ชินกับจังหวะเวลาจริง
- จด keywords ก่อนพูด — อย่าเขียนประโยคเต็ม จด 5–6 คำแล้วพูดจากนั้น
- อัดเสียงตัวเอง — ฟังแล้วเช็ค: fluency ดีไหม? pronunciation ชัดไหม? grammar ถูกไหม? ใช้คำศัพท์หลากหลายไหม?
- ฝึก shadowing — ฟัง native speaker แล้วพูดตามทันที ช่วยพัฒนา pronunciation, rhythm และ intonation
- ฝึก paraphrase — หาคำศัพท์ที่ใช้บ่อยแล้วฝึกพูดด้วยคำอื่นที่มีความหมายเดียวกัน
- จำเป็น chunks ไม่ใช่จำคำตอบเต็ม — จำวลีอย่าง "That's an interesting question" หรือ "A good example would be..." จะใช้ได้กับหลายหัวข้อ
- ฝึกพูดกับ AI — ใช้ AI เช่น VocabMaster เพื่อฝึกสนทนาจริง ตอบคำถาม และรับ feedback โดยไม่ต้องเขินหรือหาคนซ้อม
ฝึก IELTS Speaking กับ AI ก่อนสอบจริง
ถ้าคุณอยากฝึกพูดแต่ไม่มีคนซ้อมด้วย VocabMaster ช่วยให้คุณฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกับ AI ได้ทุกวัน ซ้อมตอบคำถาม พูดผิดได้โดยไม่เขิน และรับ feedback เพื่อพัฒนาความมั่นใจ ความลื่นไหล คำศัพท์ grammar และการออกเสียง
11. คำถามที่พบบ่อย
IELTS Speaking ใช้เวลากี่นาที?
ประมาณ 11–14 นาที แบ่งเป็น Part 1 (4–5 นาที), Part 2 (3–4 นาที รวมเวลาเตรียม 1 นาที) และ Part 3 (4–5 นาที)
IELTS Speaking มีกี่พาร์ต?
มี 3 parts Part 1 คำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง Part 2 พูดยาวจาก cue card Part 3 คำถามเชิงลึกเชื่อมกับหัวข้อ Part 2
ต้องพูดสำเนียงเหมือน native speaker ไหม?
ไม่ต้อง ผู้ตรวจไม่ได้ดูว่าคุณพูดสำเนียง British หรือ American แต่ดูว่าคุณออกเสียงชัดเจน มี stress และ intonation ที่ช่วยให้ฟังเข้าใจ สำเนียงไทยไม่ได้ทำให้เสียคะแนนถ้าพูดชัด
Part 1 ควรตอบยาวแค่ไหน?
ควรตอบประมาณ 2–3 ประโยคต่อคำถาม ไม่ต้องยาวเท่า Part 3 แต่อย่าตอบแค่ yes/no ให้เพิ่มเหตุผลหรือตัวอย่างสั้น ๆ เสมอ
Part 2 ต้องพูดให้ครบ 2 นาทีไหม?
ควรพูดให้ได้อย่างน้อย 1 นาทีและพยายามให้ถึง 2 นาที ถ้าพูดน้อยเกินไปจะกระทบคะแนน Fluency & Coherence examiner จะบอกเมื่อหมดเวลา
ถ้าหยุดคิดนาน คะแนนจะลดไหม?
หยุดคิดสั้น ๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าหยุดนานบ่อย ๆ จะกระทบ Fluency ใช้วลีซื้อเวลาแทน เช่น "That's an interesting question" หรือ "Let me think about that for a moment"
ใช้คำศัพท์ง่าย ๆ ได้ไหม?
ได้ สิ่งสำคัญคือใช้คำศัพท์ให้ถูกต้องและเหมาะกับบริบท ไม่จำเป็นต้องใช้คำยากเพื่ออวด แต่ถ้ามีคำหลากหลายและใช้ได้เป็นธรรมชาติจะช่วยเพิ่มคะแนน Lexical Resource
ฝึก IELTS Speaking ด้วยตัวเองได้ไหม?
ได้ สิ่งสำคัญคือต้องฝึกพูดออกเสียงจริง ไม่ใช่แค่อ่านในใจ อัดเสียงตัวเอง ฝึก shadowing หรือใช้ AI เช่น VocabMaster เพื่อฝึกสนทนาและรับ feedback
AI ช่วยฝึก IELTS Speaking ได้อย่างไร?
AI ช่วยให้ฝึกพูดได้ทุกวันโดยไม่ต้องหาคนซ้อมด้วย ฝึกสนทนา ตอบคำถาม และรับ feedback ทันที ช่วยสร้างความมั่นใจและพัฒนา fluency ก่อนวันสอบจริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรียนรู้วิธีเขียน IELTS Writing Task 1 แบบเข้าใจง่าย ทั้งโครงสร้าง คำศัพท์ และเกณฑ์การให้คะแนน
100 Must-Know Academic English Words for IELTSคำศัพท์ academic ที่ต้องรู้สำหรับ Band 7+ พร้อมตัวอย่างและเทคนิคจำ
Free English Level Test (A1–C2)ทดสอบระดับภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที